Health Update!

วันจันทร์ที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2558

อาหารเพื่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคกระเพาะ เลี่ยงดื่มกาแฟ เสี่ยงปวดแสบท้อง-ความดันสูง

ผู้ป่วยโรคกระเพาะ เลี่ยงดื่มกาแฟ เสี่ยงปวดแสบท้อง-ความดันสูง
สธ. เตือนผู้ป่วยโรคกระเพาะ เลี่ยงดื่มกาแฟ เสี่ยงปวดแสบท้อง-ความดันสูง
อาหารเพื่อสุขภาพ ผู้ป่วยโรคกระเพาะ เลี่ยงดื่มกาแฟ เสี่ยงปวดแสบท้อง-ความดันสูง
กระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารควรงดดื่มกาแฟ เพราะจะทำให้ปวดแสบกระเพาะมากขึ้น พร้อมแนะคนอ้วนควรดื่มแก้วเล็กปริมาณน้อย หรือกาแฟดำไม่ใส่น้ำตาล ลดความเสี่ยงอ้วนลงพุง
ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า กาแฟเป็นเครื่องดื่มที่มีสารคาเฟอีนในหนึ่งวันไม่ควรรับสารคาเฟอีนเข้าสู่ร่างกายเกิน 200 มิลลิกรัม เมื่อเทียบต่อแก้วไม่ควรดื่มเกินวันละ 3 แก้วในปริมาณดังกล่าวกำลังพอเหมาะสำหรับการกระตุ้นให้ร่างกายตื่นตัว แต่ถ้ามากกว่านี้จะทำให้เกิด มือสั่น ใจสั่น หงุดหงิด และกระวนกระวาย ผลกระทบต่อร่างกายเมื่อได้รับสารคาเฟอีน อาทิ ผลต่อระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าได้รับในปริมาณพอควรจะไปกระตุ้นประสาทให้ตื่นตัว มีผลทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า ตาสว่าง หายง่วง แต่ถ้ารับในปริมาณมากจะทำให้เกิดอาการปวดศีรษะ นอนไม่หลับ กระวนกระวาย หงุดหงิด ในระบบทางเดินอาหารจะช่วยให้มีการหลั่งน้ำย่อยและกรดในกระเพาะอาหารมากขึ้น ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดียิ่งขึ้น แต่ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะ ควรงดเพราะจะทำให้ปวดแสบกระเพาะมากขึ้น ผลต่อระบบการไหลเวียนของโลหิตคือหากดื่มกาแฟ 2 ถ้วยจะทำให้ความดันโลหิตสูง แต่ถ้าดื่มมากๆมีผลทำให้หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น และอาจทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงได้ อีกทั้งยังส่งผลต่อระบบทางเดินปัสสาวะ ซึ่งจะเพิ่มการขับปัสสาวะ เมื่อดื่มกาแฟไปแล้วประมาณ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง คาเฟอีนจะออกฤทธิ์และภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมง สารคาเฟอีนกว่าครึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายพร้อมกับปัสสาวะ
ทางด้านดร.นพ.พรเทพ ศิริวนารังสรรค์ อธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า กาแฟหากดื่มในปริมาณที่มากเกินไป และไม่มีการดูแลสุขภาพที่ดีอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้ เพราะเนื่องจากกาแฟเย็น 1 แก้ว มีขนาดบรรจุ 13-20 ออนซ์หรือเทียบเท่า 400-600 มิลลิลิตร จะให้พลังงาน 97-400 กิโลแคลลอรี่, ไขมัน 0.4-22.1 กรัม, โปรตีน 0.6-10.9 กรัม,คาร์โบไฮเดรต 19.4-49.4 กรัม และน้ำตาล 11-38 กรัม ปริมาณพลังงานของกาแฟแต่ละแก้วขึ้นอยู่กับสูตรและขนาดบรรจุ ปัจจุบันประชาชนนิยมดื่มกาแฟ 3 สูตรด้วยกัน ได้แก่ มอคค่า ลาเต้ และคาปูชิโน มอคค่าเป็นกาแฟที่มีพลังงานมากกว่ามากกว่าลาเต้และคาปูชิโน จากการเก็บตัวอย่างกาแฟมาตรวจโดยสำนักโภชนาการ กรมอนามัย พบว่า ในขนาดบรรจุ 16 ออนซ์ กาแฟมอคค่ามีพลังงาน 238 กิโลแคลอรี่ มีน้ำตาล 26 กรัม กาแฟคาปูชิโนมีพลังงาน 200 กิโลแคลอรี่ มีน้ำตาล 28 กรัม ส่วนลาเต้มีพลังงาน 156 กิโลแคลอรี่ มีน้ำตาล 22 กรัม นอกจากนี้ยังพบว่า กาแฟสูตรเอสเปรสโซ่หรืออเมริกาโนมีพลังงานน้อยที่สุดเนื่องจากเป็นกาแฟที่ไม่ใส่นมและน้ำตาล ส่วนกาแฟเย็นที่มีพลังงานมากที่สุดคือกาแฟมอคค่า มีพลังงาน 400 กิโลแคลอรี่ต่อแก้วขนาด 20 ออนซ์
“ทั้งนี้ การดื่มที่ไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพสามารถทำได้โดยปฏิบัติให้เหมาะกับภาวะสุขภาพของ แต่ละคน ผู้ที่มีปัญหาอ้วนลงพุงหรือโรคเบาหวานต้องจำกัดปริมาณโดยเลือกขนาดบรรจุเล็กๆ ส่วนผู้ที่ไม่มีปัญหาสุขภาพควรจะป้องกันไว้ก่อนโดยไม่ดื่มกาแฟเย็นพร้อมกับขนมหวานหรือเบเกอรี่เพราะจะทำให้เพิ่มพลังงานให้มากขึ้น หรือเมื่อดื่มกาแฟเย็นแล้วอาจลดอาหารหวาน มัน หรืออาหารทอดในมื้ออาหารหลักลง เพื่อไม่ให้ผู้ที่นิยมดื่มกาแฟเย็นมีความเสี่ยงที่จะได้รับพลังงานเกิน นอกจากนี้การออกกำลังกายก็สามารถช่วยเผาผลาญพลังงานส่วนเกินที่ได้จากการบริโภค ยังทำให้หัวใจแข็งแรง ร่างกายกระฉับกระเฉง โดยเลือกวิธี ออกกำลังกายให้เหมาะสมกับตนเอง เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวต่อไป” อธิบดีกรมอนามัย กล่าวในที่สุด

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

มีดีมาบอก...อาหารว่างเพื่อสุขภาพ ทำง่าย กินดี ไม่มีอ้วน

ภาพประกอบจาก istockphoto.com
          กระทรวงสาธารณสุข ห่วงสุขภาพประชาชน นอกเหนือจากการแนะนำให้ประชาชน ออกกำลังกาย แล้วยังได้แนะจัดอาหารว่างเพื่อสุขภาพ เน้นอาหารที่ดีมีประโยชน์ เลี่ยงโรคอ้วน เบาหวาน

วันอังคารที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

ผลวิจัย "นม" โภชนาการสูงเหมาะกับคนที่รักการออกกำลังกาย

         ถ้าพูดถึงเรื่อง "นม" แล้วก็ต้องนึกถึงแม่ก่อนเลย เมื่อก่อนผมจำได้ว่าเป็นเด็กที่ไม่ชอบดื่มนมมากๆ โดยเฉพาะนมโรงเรียนที่คุณครูเอามาแจกหลังจากออกกำลังกายในตอนเช้า เพราะมันทั้งจืด และไม่อร่อยอีกต่างหาก แอบเอาให้เพื่อนช่วยกินแทนประจำเลย นอกเสียจากวันศุกร์ที่จะมีนมเปรี้ยว หรือนมที่มีรสช็อคโกเล็ตบ้าง สตอเบอรี่บ้าง อันนี้ถึงจะกินเอง

         แต่ตอนนี้โตแล้วผมกลับกินมันไปซะทุกชนิดเลยนะ 555+ รู้สึกว่ารสชาติมันจะอร่อยกว่า แถมมีหลายยี่ห้อให้เลือกอีกต่างหาก...

วันจันทร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

"น้ำเต้าหู้" ดื่มมากไป จะเป็นอะไรหรือเปล่านะ?

          พวกเรามาดื่มน้ำเต้าหู้กันเถอะ เพราะว่าเจ้าน้ำเต้าหู้เนี่ยมากมายด้วยคุณค่าทางอาหารอีกทั้งยัง เป็นแหล่งไขมันและโปรตีน ยังมีครบถ้วนตั้งแต่คาร์โบไฮเดรต ฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบีรวม ไนอาซิน เลซิติน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับชาวโกลเด้น เอจ (ไม่ใช่โกลเด้นรีทรีฟเวอร์นะ อิอิ) โดยจะมีฮอร์โมนเอสโตรเจนสูง จึงช่วยสมดุลฮอร์โมน ลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็งเต้านม

วันศุกร์ที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

เราควรกินผัก-ผลไม้ยังไงเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด

          การเลือกทานอาหารเพื่อสุขภาพอย่างผักและผลไม้ที่ถูกหลักอนามัยจะเป็นยารักษาร่างกายที่ดีที่สุด เพื่อส่งต่อสิ่งดีๆ "ซิซซ์เล่อร์" นำโดย นงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด จึงได้เชิญผู้เชี่ยวชาญมาให้คำแนะนำในการกินผักและผลไม้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อร่างกาย

จริงป่ะ? ความเชื่อของการรักษาแบบบ้านๆ จะใช้ได้จริงในยุค 2015

          คุณเคยรู้มาก่อนหรือไม่ว่า...ก่อนที่มนุษย์อย่างเราๆ จะค้นพบเชื้อโรค และเชื้อไวรัสต่างๆ เนี่ยเราเชื่อว่าคำสาป อากาศไม่บริสุทธิ์ หรือแม้กระทั่งดวงตาที่ชั่วร้าย เป็นสาเหตุของอาการป่วยไข้ จนถึงวันนี้แม้ว่าเราจะอยู่ในปี ค.ศ. 2015 ที่มีความรู้ด้านการแพทย์มากมายมหาศาลแล้ว แต่ความเชื่อและวิธีรักษาแบบเดิมๆ ที่บอกต่อๆ กันมารุ่นสู่รุ่นบางอย่างก็ยังสามารถใช้ได้ ส่วนจะมีอะไรบ้าง ลองไปดูกันดีกว่า...

วันพฤหัสบดีที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

“เครียดง่าย ผ่อนคลายด้วยการกิน” อาหารเพื่อสุขภาพ

               ผมเองก็เป็นคนนึงเลยที่ค่อนข้างจะเครียดง่าย โดยเฉพาะช่วงนี้ พบเจออะไรก็จะกังวลไปก่อนซะหมดเกือบทุกเรื่อง ทั้งๆ ที่เรื่องนั้นอาจจะเป็นปัญหาเล็กๆ ไม่ได้ใหญ่โตอะไรเลย แต่มันก็อดกังวลไปก่อนไม่ได้อยู่ดี ทางออกอย่างหนึ่งของผมในการกำจัดความเครียดเหล่านั้นออกไปอย่างเร็วที่สุดก็คือการ "กิน" นั่นเอง เห็นอะไรน่ากินก็กินมันไปซะเกือบทุกอย่าง ไม่ใช่แค่อาการเครียดอย่างเดียวนะที่ทำให้ผมกิน แต่จะมีทั้งดีใจ เสียใจ เศร้าใจ ปลอบใจ อารมณ์ดี อารมณ์ไม่ดี และอื่นๆ อีกมากมาย ล้วนแล้วแต่ทำให้ผมกินๆๆๆๆ ไปซะหมด 555+ 

                คุณรู้ไหมว่า? ผมสามารถเพิ่มน้ำหนักได้ 30 กิโลกรัมภายในเวลา 2-3 ปีเลยทีเดียว เป็นอัตราที่น่ากลัวมากเลยใช่ไหมล่ะ แต่มันจะเป็นการกินที่ดีกว่าไหม ที่อาหารที่เรากินนั้นเป็น "อาหารเพื่อสุขภาพ" หรือไม่ก็ "อาหารคลีน" แต่ก็ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วยนะ!!